วันจันทร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ผลไม้ใกล้มือเรา "มะปราง"

ลักษณะทางพฤกษ์ศาสตร์
     มะปรางมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Bouae burmanica griff. มีชื่อสามัญว่า Marin plum หรือ Ma-prang หรือ Garsluria ฮยู่ในตระกูล ANCARIACEAE มีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
     มะปรางเป็นไม้ผลยืนต้นที่มีการเจริญเติบโตได้ดีแถบเขตร้อน หรือมีสภาพภูมิอากาศเป็นแบบร้อนชื้น มีลักษณะเด่นพิเศษสามารถทนต่อลม และความแห้งแล้งได้เป็นอย่างดี มีการเจริญแตกกิ่งก้านสาขาออกเป็นทรงพุ่มตั้งแต่ขนาดกลาง จนถึงใหญ่ ต้นที่เจริญเติบโตมาจากเมล็ดจะได้ลำต้น และทรงพุ่มที่ใหญ่มาก และมีอายุที่ยาวนานนับ 100 ปี สำหรับทางด้านรูปร่าง และลักษณะโดยทั่วไปของมะปรางจะเป็นดังนี้ คือ
     ราก
     เป็นส่วนของพืชที่หยั่งลึกลงไปในดิน เพี่อที่จะทำหน้าที่ในการหาอาหารมาเลี้ยงส่วนของลำต้น ในต้นที่เจริญมาจากเมล็ดส่วนของรากจะประกอบไปด้วยรากแก้ว ซึ่งจะมีขนาดใหญ่ที่สุดเจริญลึกลงไปในดินเป็นแนวดิ่ง รากแก้วจะมีความยาวมากในต้นที่มีอายุมาก อาจมีความยาว 5-6 เมตร หรือมากกว่า ถัดจากรากแก้วจะเป็นรากแขนง ซึ่งจะเจริญออกจากรากแก้วอีกทีหนึ่ง รากแขนงที่แตกออกจากส่วนของรากแก้วส่วนใหญ่จะเจริญไปในแนวนอนหรือเอียง และจะแผ่ขยายออกในแนวกว้าง เพื่อเป็นโครงสร้างยึดเกาะกับดินในการพยุงลำต้นไว้ไม่ให้โค่นล้มได้ง่าย ในส่วนของรากแขนงอันใหญ่จะมีรากแขนงย่อยแตกออกมาอีก และถัดไปก็คือรากฝอยซึ่งเป็นรากที่มีขนาดเล็กที่สุด มีหน้าที่โดยตรงในการดูดธาตุอาหารต่าง ๆ ผ่านรากแขนง และรากแก้วขึ้นไปเลี้ยงลำต้น สำหรับต้นที่ปลูกจากกิ่งตอนจะไม่มีรากแก้ว มีเพียงรากแขนง และรากฝอยเท่านั้น
     ลำต้น
     โดยปกติมะปรางจะมีลำต้นเป็นแบบเดี่ยว แล้วจะแตกออกเป็นกิ่ง หรือแขนงในส่วนที่อยู่สูงขึ้นไป ส่วนของลำต้นจะเป็นเนื้อไม้แข็ง รูปร่างของต้นกลม เปลือกขรุขระมีสะเก็ด มีขนาดของทรงต้นที่ไม่แน่นอน มีกิ่งแตกออกระเกรระกะ และกิ่งส่วนใหญ่มักจะมีขนาดยาว ไม่ค่อยเป็นระเบียบ
     ใบ
     รูปร่างคล้ายใบมะม่วง แต่จะมีขนาดเล็กกว่า รูปใบหอก โคนและปลายใบเรียวสอบ ใบยาว ลักษณะใบอ่อนจะมีสีม่วงแดง ใบแก่เขียวจัดเป็นมัน มีเส้นใบเด่นชัด การแตกใบเช่นเดียวกับมะม่วงขอบใบเรียบ
     ดอก
     มะปรางออกดอกเป็ฯช่อคล้ายมะม่วงแต่ดอกเล็กกว่า ช่อดอกยาว ก้านดอกย่อยสั้น เมื่อบานกลีบดอกสีเหลืองอ่อน เป็นดอกสมบูรณ์เพศ มีเกสรตัวผู้ และเกสรตัวเมียอยู่ในช่อเดียวกัน จะเกิดดอกที่ปลายกิ่งที่มีในแก่ทันฤดูการออกดอก หากช่วงฤดูหนาวยังแตกใบอ่อนจะไม่ค่อยออกดอก โดยจะออกดอกปีละครั้ง ประมาณเดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม เว้นแต่บางปีที่มีอากาศหนาวเป็นระลอก ๆ อาจแทงช่อดอก 2-3 รุ่นได้
     ผล
     ลักษณะผลมีทั้งทรงกลม และรูปไข่ ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ขนาดผลตั้งแต่เท่าผลพุทราเจดีย์ ถึงขนาดไข่เป็ด ผลเมื่อยังอ่อนอยู่ออกสีเขียวจาง ๆ พอโตขึ้นสีเขียวเข้ม เมื่อสุกผิวผลเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อน เหลืองส้ม เปลือกผลบางคล้ายมะม่วง เนื้อสีเหลือง เหลืองส้ม เหลืองแดง ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ รสชาติมีทั้งหวาน หวานอมเปรี้ยว หวานมัน ถึงเปรี้ยวจัด
     เมล็ด
     ในหนึ่งผลจะมีเพียงเมล็ดเดียว มีเสี้ยน หรือเส้นใยติดกะลา เมล็ดคล้ายมะม่วง เมล็ดเต็มไปด้วยเนื้อ สีของเมล็ดมีทั้งที่เป็นสีขาว สีชมพู ชมพูอมม่วง และสีม่วง เมล็ดมีรสขมและฝาด



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น